แ ม ว พั น ธุ์ ส โ น ว์ ชู (Snowshoe)
แ ม ว พั น ธุ์ ส โ น ว์ ชู (Snowshoe)
ความเป็นมาและภูมิหลัง
ในช่วงปลายปี 1960
นักปรับปรุงพันธุ์แมววิเชียรมาศชาว Philadelphia ได้เริ่มทำการหาลูกแมวสามตัวที่มีลักษณะของแมววิเชียรมาศที่พบเห็นได้บ่อย
แต่จะมีลักษณะที่เหมือนใส่ถุงเท้าขาว และได้อุทิศเวลาทั้งหมดของเธอกับการพัฒนาสายพันธุ์นี้
แต่การดำเนินงานนั้นเป็นไปค่อนข้างช้าและมักไม่ประสบความสำเร็จมากนัก
เธอจึงเริ่มขอความช่วยเหลือจากนักปรับปรุงพันธุ์อีกคน ชื่อ Vikki Olander จากเมือง Norfolk ประเทศ Virginia โดย Vikki ได้ทำตามแผนเดิมของเธอโดยการผสมแมววิเชียรมาศกับแมวขนสั้นของอเมริกาเพื่อให้ได้ลักษณะที่ต้องการ
ในปี 1974 สมาคมคนรักแมวและสมาคม American Cat Association ได้ยอมรับแมวพันธุ์สโนว์ชูเป็นแมวสายพันธุ์การทดลอง
ซึ่งการดำเนินงานก็ยังคงเป็นไปอย่างช้าๆ
เนื่องจากมีนักปรับปรุงพันธุ์จำนวนน้อยที่ให้ความสนใจ จนถึงปี 1977
ก็ยังมีเพียงแมวสโนว์ชูจำนวนหนึ่งที่ได้รับการจดทะเบียน
ในอีกไม่กี่ปีต่อมาแมวสโนว์ชูได้รับความสนใจมากขึ้น Vikkiได้ร่วมทำงานกับนักปรับปรุงพันธุ์อื่นๆอีกมากมาย
และผลจากการทำงานหนักทำให้ประสบความสำเร็จ
ทำให้กลุ่มคนรักแมวได้เลื่อนระดับของแมวสโนว์ชูจากแมวที่ทำการทดลองไปเป็นแมวสายพันธุ์ชั่วคราว
และในปี 1982 แมวสโนว์ชูได้รับการอนุมัติการเป็นแชมป์จากกลุ่มคนรักแมว และสมาคม American
Cat Fanciers Associationได้ทำการอนุมัติตามมาในปี 1990
และในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปั้น แมวสโนว์ชูตัวแรกที่ได้รับรางวัล คือ Birmack
Lowansa ของ Nishna
แมวสโนว์ชูนั้นเป็นแมวที่พบได้ค่อนข้างน้อยเนื่องจากมีลักษณะที่มีความจำเพาะมาก
และมักจะไม่มีการผสมข้ามกับแมวขนสั้นอเมริกันแล้ว
โดยนักปรับปรุงพันธุ์จะชื่นชอบแมวขนสั้นที่มีลักษณะเดิมของแมววิเชียรมาศมากกว่า
แม้ว่าช่วงแรกจะมีการพัฒนาอย่างช้าๆแต่ว่าแมวสายพันธุ์ใหม่นี้ได้เริ่มเข้ามาครองใจเหล่าคนรักสัตว์เพิ่มมากขึ้นทั่วโลก
แ ม ว พั น ธุ์ ล า เ ปิ
ร์ ม (LaPerm)
ความเป็นมาและภูมิหลัง
ลาเปิร์มตัวแรกเป็นแมวที่เกิดจากแมวในฟาร์ม ซึ่งมีเจ้าของชื่อ Linda และ
Richard Koehl ทั้งนี้มีลูกแมวตัวหนึ่งในคอกที่โดดเด่นจากลูกแมวตัวอื่นๆ
เพราะมันเป็นแมวที่เกือบไร้ขน ตลอดช่วงหลายสัปดาห์แรก
ขนของลูกแมวมีลักษณะนิ่มและหยิก ทำให้ได้ชื่อว่า Curly และมันก็เป็นนักจับหนูที่ยอดเยี่ยม
อีกทั้งยังชอบแสดงความรักและอดทนต่อมนุษย์ อย่างไรก็ตาม ทั้ง Linda และ Richard ไม่ได้สงสัยว่าอะไรทำให้ลูกแมวตัวนี้มีความแตกต่างจากแมวตัวอื่นๆและปล่อยให้มันผสมพันธุ์อย่างอิสระ หลังจากผ่านไปหลายปีครอบครัว Koehls ก็เริ่มสนใจ
และพยายามจัดประเภทแมวที่มียีนส์ขนหยิกออกจากประชากรแมวทั้งหมดในฟาร์ม
เมื่อพวกเขาเพาะพันธุ์แมวโดยมีการควบคุม
แมวพันธุ์ลาเปิร์มก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นสายพันธุ์โดย International Cat
Association (TICA) ในปี ค.ศ.1995
นอกจากนี้มันก็ยังได้รับการแต่งตั้งโดย Governing Council of the Cat Fancy
(GCCF) และ Cat Fanciers Association (CFA) ในช่วงแรกที่ลูกแมวเกิด
มันมีขนน้อย และมีขนหยิกงอกออกมาเบาบางในช่วงหลายสัปดาห์ แต่เมื่อมีการปรับปรุงสายพันธุ์
ลูกแมวหลายตัวก็เกิดมาพร้อมกับขนหยักศกตั้งแต่เกิด อย่างไรก็ตาม
การมีขนหลุดร่วงมากในขณะที่อายุน้อยถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับลูกแมวพันธุ์นี้
แ
ม ว พั น ธุ์ ย อ ร์ ค ช็ อ ก โ ก แ ล ต (York Chocolate)
ความเป็นมาและภูมิหลัง
สายพันธุ์ของยอร์ค
ช็อกโกแลตถือกำเนิดขึ้นในปี ค.ศ.1983 ในฟาร์มเลี้ยงแพะ ซึ่งเดิมทีมีแมวอยู่ 2 ตัว
คือ แมวที่มีจุดสีดำและสีขาวที่ชื่อว่า Blacky และแมวที่ชื่อว่า
Smokey หนึ่งในลูกของแมวเหล่านี้มีขนสีช็อกโกแลตที่ชื่อว่า Brownie
ซึ่งได้รับความสนใจจากเจ้าของฟาร์มที่ชื่อว่า Janet
Chiefari ในช่วงฤดูร้อนถัดมา
Brownie คลอดลูกแมว
ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นแมวตัวผู้ที่มีขนกึ่งยาว มีขนสีดำ
และมีขนชั้นในเป็นสีน้ำตาลเข้ม หลังจากนั้นหนึ่งปี Brownie ก็ผสมพันธุ์กับลูกของมัน
ซึ่งมีชื่อว่า Minky อย่างไรก็ดี Chiefari หลงรักลูกแมวพันธุ์ใหม่เพราะนิสัยใจคอ ความฉลาด
และเพราะว่ามันมีขนที่แวววาว นุ่ม และมีสีเข้มแบบไล่สี
เธอได้อุทิศเวลาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการเพาะพันธุ์
และเปลี่ยนเฉลียงบ้านเป็นสถานที่เลี้ยงแมว
ในฤดูร้อนปี ค.ศ.1989 เธอมีลูกแมวสีน้ำตาลช็อกโกแลตมากถึง 27 ตัว
หลังจากนั้นเธอก็เริ่มกระจายข่าวเกี่ยวกับแมวที่เพาะพันธุ์ ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ปี
ค.ศ.1989 สัตวแพทย์ที่ดูแลแมวให้ Chiefari ได้แนะนำเธอให้รู้จักกับ
Nancy Belser ซึ่งดำรงตำแหน่งกรรมการและนักเพาะพันธุ์แมวที่ทำงานใน
Cat Fanciers' Federation (CFF) เมื่อ Belser มาเยี่ยม Chiefari เพื่อดูแมวสายพันธุ์ใหม่
หลังจากที่เห็นแมว เธอก็เห็นด้วยว่าแมวมีเอกลักษณ์และพิเศษ Belser จึงสนับสุนนให้ Chiefari โชว์แมวที่ดีที่สุุดในงาน CFF
show และ Chiefari ก็ได้ทำตามที่ Belser
บอกต่อมาในเดือนกันยายน ค.ศ.1989 Chiefari ขึ้นทะเบียนให้หนึ่งในแมวที่เธอมี
โดยจัดอยู่ในประเภทสัตว์เลี้ยงสำหรับครอบครัว ซึ่งแมวตัวนั้นมีชื่อว่า Price
และมีอายุ 6 เดือน หลังจากนั้น Price ก็ได้รับรางวัลชนะเลิศจาก
CFF และได้รับรางวัลเพิ่มเติมอีก 4 รางวัล
การได้รับการยอมรับทำให้ Chiefari กระตือรือร้นมากขึ้น
เธอตั้งชื่อสายพันธุ์ของแมวโดยยึดจากการมีสีขนสีน้ำตาลเข้มผสมกับชื่อเมืองที่เป็นบ้านเกิดของเธอ
ซึ่งก็คือ นิวยอร์ค ทำให้ได้แมวที่มีสายพันธุ์ชื่อว่า ยอร์ค ช็อกโกแลตนั่นเอง
แ ม ว พั น ธุ์ พี ค เ ฟ
ส แ ค ท (Peke-Faced Cat)
ความเป็นมาและภูมิหลัง
จุดกำเนิดของพีคเฟส
แคทนั้นเริ่มต้นในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1930
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่แมวเปอร์เซียที่ผิดแปลกไปจากเดิมปรากฏตัวในคอกของลูกแมวธรรมดาที่มีสีแดง
พวกมันได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา หรือแม้แต่ได้รางวัลที่งานแสดงแมว
อย่างไรก็ตาม แมวพันธุ์นี้ยังคงไม่ได้รับความนิยมในแถบยุโรป
ซึ่งอาจเป็นเพราะว่ามันมีความผิดปกติหลายด้าน
แ ม ว พั น ธุ์ บ อ ม เ บ ย์ (Bombay)
ความเป็นมาและภูมิหลัง
Nikki
Horner เป็นผู้เพาะพันธุ์แมวชาวอเมริกันที่สร้างแมวพันธุ์นี้ในช่วงปลายคริสต์ทศวรรษ
1950 ทั้งนี้จุดประสงค์ของเธอคือ
การเพาะพันธุ์แมวที่มีลักษณะเหมือนเสือดำขนาดจิ๋วที่มีขนสีดำเงาและมีดวงตาสีเหลือง
อย่างไรก็ตาม เธอต้องการให้แมวมีลักษณะเหมือนแมวพันธุ์ศุภลักษณ์
แม้ว่าความพยายามครั้งแรกในการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างแมวพันธุ์ศุภลักษณ์และแมวพันธุ์
American Shorthairs สีดำเกิดความล้มเหลว
แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้และพยายามทำต่อไป
สุดท้ายแล้วเธอก็ประสบความสำเร็จเมื่อนำแมวพันธุ์ American Shorthair ตัวผู้สีดำมาผสมข้ามสายพันธุ์กับแมวพันธุ์ศุภลักษณ์ขนสั้นตัวผู้
มีดวงตาสีเข้ม และได้ตำแหน่งแชมป์ ต่อมาก็มีเรื่องที่ทำให้ Horner ท้อใจ
ซึ่งเธอพบว่ามีสมาคมแมวหลายแห่งที่ไม่เต็มใจยอมรับแมวที่เธอเพาะพันธุ์และปฏิเสธที่จะให้ตำแหน่งแชมป์
ถึงกระนั้น Horner ก็ยังคงพยายามต่อไป และในปี ค.ศ.1976
Cat Fancier's Association ได้ขึ้นทะเบียนให้แมวพันธุ์นี้หลังจากที่ฟันฝ่าอุปสรรคมาเป็นเวลาเกือบ
18 ปี แมวพันธุ์บอมเบย์ก็ได้รับอนุญาตให้เข้าแข่งขันใน Championship
Classes เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ.1986
แ ม ว พั น ธุ์ อ็ อ ก ซี่ แ ค ท (Ocicat)
จุดกำเนิดของอ็อกซี่แคทนั้นเกิดจากการผสมพันธุ์แมวแบบไม่ได้คาดคิด ในปี
ค.ศ.1964 ผู้เพาะพันธุ์แมวที่ชื่อว่า Virginia Daly ต้องการสร้างแมวพันธุ์วิเชียรมาศที่มีลวดลายเหมือนแมวพันธุ์อะบิสซีเนียน
เธอได้นำแมวพันธุ์วิเชียรมาศตัวเมีย และแมวพันธุ์อะบิสซีเนียนตัวผู้มาผสมพันธุ์กัน
ทำให้ได้ลูกแมวที่มีลักษณะเหมือนแมวพันธุ์อะบิสซีเนียน
จากนั้นเธอนำแมวที่มีเชื้อสายของอะบิสซีเนียนครึ่งหนึ่งมาผสมข้ามสายพันธุ์กับแมวพันธุ์วิเชียรมาศแท้ๆ
และได้ผลลัพธ์ตามที่พอใจ อย่างไรก็ตาม
มีลูกแมวที่ผิดปกติตัวหนึ่งที่มีจุดสีทองและมีดวงตาสีคอปเปอร์
ต่อมาเธอได้ตั้งชื่อแมวว่า Tonga และตั้งชื่อเล่นว่า Ocicat
เพราะมันมีจุดที่เหมือนแมวป่า Ocelot มีการจัดแสดงอ็อกซี่แคทตัวแรกในปี
ค.ศ.1965 และในปี ค.ศ.1966 Cat Fanciers Association (CFA) ยอมรับแมวสายพันธุ์นี้
แม้ว่ามันได้รับความนิยมในช่วงแรก แต่อ็อกซี่แคทก็ไม่ได้ตำแหน่งแชมป์จนกระทั่งปี
ค.ศ.1987 อย่างไรก็ตาม
ในปัจจุบันเราสามารถพบแมวพันธุ์นี้ได้ในงานแสดงแมวทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา
และมีแมวจำนวนน้อยที่ถูกส่งออกไปยังประเทศอื่นๆ ซึ่งพวกมันก็ได้รับความนิยมมากเช่นกัน






ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น